วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

ครั้งที่8 วัน พุธ ที่ 11 มีนาคม 2558
                                                 
                                                        บันทึกอนุทิน



เนื้อหาที่เรียน

เพื่อนนำเสนอบทความ
เลขทึ่ 21 การสอนคณิตศาสตร์จากชีวิตรอบตัว

ทบทวนความรู้สาระและมาตรฐานในการเรียนรู้

สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
สาระที่ 2 การวัด
สาระที่ 3 เรขาคณิต
สาระที่ 4 พีชคณิต
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

นำเสนอรูปแบบการจัดประสบการณ์แบบโครงการ

จุดมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาความรู้
ความสำคัญ
วิธีการจัดการเรียนการสอน จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
1.วางแผนและเริ่มโครงการ
2.พัฒนาโครงการ
3.สรุปและอภิปรายโครงการ
ลักษณะรูปแบบการสอนโครงการ
1.อภิปราย
2.นำเสนอประสบการณ์เดิม
3.การทำงานภาคสนาม
4.การสืบค้น และตั้งคำถาม
5.การจัดแสดงนิทรรศการ

ฝึกร้องเพลง

   


                                                            เพลงบวก-ลบ


                                       บ้านฉันมีหมวกสวยสี่ใบ ครูให้อีกสามใบนะเธอ
                                           มารวมกันนับดีดีซิเออ ดูซิเธอรวมกันได้เจ็ดใบ
                                           บ้านฉันมีหมวกสวยเจ็ดใบ หายไปสามใบนะเธอ
                                           ฉันหาแก้วแล้วไม่เจอ ดูซิเออเหลือเพียงแค่สี่ใบ




                                                       เพลงเท่ากัน-ไม่เท่ากัน

                                                         ช้างมีสี่ขา ม้ามีสี่ขา
                                                 คนเรานัั้นหนา สองขา ต่างกัน
                                                 ช้างม้ามี สี่ขาเท่ากัน (ซ้ำ)
                                                  แต่กับคนนั้น ไม่เท่ากันเอย (ซ้ำ)


                                                     


                                                              เพลงขวดห้าใบ

                                            ขวดห้าใบวางอยู่บนกำแพง (ซ้ำ)
                                                   เราเอาหินปาไปให้มันกลิ้งตกลงมา
                                                   คงเหลือขวด.....ใบวางอยู่บนกำแพง
                                                   (ลดจำนวนขวดลงไปตามลำดับ จนกระทั่งเหลือขวด 1 ใบ)
                                                   ไม่มีขวดเหลือเลยวางอยู่บนกำแพง


                                                                เพลงจับปู

                                                          จับปูม้ามาได้หนึ่งตัว
                                                        6 7 8 9 10
                                                              กลัว ฉันกลัว ฉันกลัว ปูหนีบฉันที่หัวแม่มือ





วิธีการสอน

ทบทวนความรู้เดิม
มีการทำกิจกรรมก่อนเข้าสู่บทเรียน

ทักษะที่ได้รับ

ได้ทักษะการร้องเพลง แปลงเพลง ได้รู้เพลงใหม่ๆ มากขึ้น
ได้ทักษะการคิดวิเคราะห์

การประยุกต์ใช้

สามารถนำความรู้จากการแปลงเพลงไปใช้ในการสอน ให้เหมาะกับเนื้อหาที่เด็กเรียน

บรรยากาศในห้องเรียน
เพื่อนๆ ไม่มีความพร้อมในการเรียน
อุปกรณ์ สื่อคอมพิวเตอร์ไม่ค่อยดี
แอร์หนาวเย็น

ประเมินอาจารย์ผู้สอน
อาจารย์มีเทคนิคการสอนหลากหลายเข้าสอนตรงเวลา

การบันทึกอนุทินครั้งที่7 วัน พุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558

เนื้อหาที่เรียน

-สอนเรื่องเวลา ให้นักเรียนออกไปเขียนชื่อ วาดรูปนาฬิกาตามเวลาที่นักเรียนมาโรงเรียน เพื่อสอนให้เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน

-ทบทวนบทเพลง
เข้าแถว สวัสดียามเช้า ซ้ายขวา จัดแถว หนึ่งปีมีสิบสองเดือน นกกระจิบ นับนิ้วมือ เป็นต้น

-ทดสอบก่อนเรียน
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบโครงการ
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบสมองเป็นฐาน
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบSTEM
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบมอนเตสซอรี่
รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบเดินเรื่อง

-เลขที่ 17 นำเสนอโทรทัศน์ครู เรื่อง ใช้ลูกเต๋าเป็นสื่อ

-ทบทวนสาระและมาตรฐานการเรียนรู้

-รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ
หมายถึง กระบวนการจัดประสบการณ์ตามความสนใจ ความสามารถโดยเชื่อมโยงเนื้อห่ สาระของศาสตร์ต่างๆ

ความสำคัญ

1.ในชีวิตประจำวันสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับศาสตร์ต่างๆผสมผสานกันทำให้ผู้ที่เรียนรู้ศาสตร์เดี่ยวๆ มาไม่สามารถนำความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหาได้
2.การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการทำให้เกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยงความคิดรวบยอดของศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกันทำให้เกิดการถ่ายโอนประสบการณ์
3.การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการช่วยลดความซ้ำซ้อน
4.การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการจะตอบสนองต่อความสามารถในหลายๆด้านช่วยสร้างความรู้ ทักษะและเจตคติ แบบพหุปัญญา
5.การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการจะสอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียนที่กำลังแพร่หลายในปัจจุบัน
การนำไปใช้
เด็กต้องควรอยากรู้อะไร
เด็กต้องควรอยากทำอะไร

สาระที่ควรรู้
เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก บุลคล สถานที่ ธรรมชาติ สิ่งต่างๆ ประสบการณ์ทั้ง 4 ด้าน กายวาจาใจ สังคม อารมณ์ สติปัญญา


ทักษะที่ได้รับ
-ทักษะการนำเสนอบทความ
-ทักษะการคิดท่าทางประกอบเพลง
-ทักษะการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้เรื่องในชีวิตประจำวัน


วิธีการสอน
-ให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัดก่อนเรียนเพื่อวัดความรู้ก่อนเข้าเรียน
-ทบทวนบทเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อเตือนความจำของเด็ก
-เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้คิด


การประยุกต์ใช้
-นำการสอนที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปสอนเด็กได้
-นำเพลงไปร้องให้เด็กฟังได้


บรรยากาศในการเรียน
-แอร์เย็น
-ห้องเรียนอบอุ่น
-เพื่อนๆให้ความร่วมมือมาก
-สนุกสนาน


ประเมินผลอาจารย์ผู้สอน
-สอนสนุก
-เสียงดัง ฟังชัด
-ใช้เทคนิคหลายอย่างในการสอน

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


       ครั้งที่6                                                                                                                                                                                             บันทึกอนุทิน
                                             ประจำวันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558


เนื้อหา

- กิจกรรมติดป้ายชื่อบนหน้ากระดาน เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่นักศึกษาจำนวน 16 คน อยากไป คือ
1. ดรีมเวิลด์ = 5 คน
2. ทะเล = 5 คน
3. เกาหลี = 6 คน

สรุป นักศึกษากลุ่ม 101 อยากไปเที่ยวที่เกาหลีมากที่สุด หรือ นักศึกษาอยากไปเกาหลีมากกว่าดรีมเวิลดฺและทะเล ซึ่งมีจำนวนเท่ากัน

จากกิจกรรมดังกล่าว จะเกี่ยวกับเรื่องการนับ ( การเพิ่มขึ้นทีละ 1) และค่าจำนวน เป็นการสอนแบบภาษาธรรมชาติ

- ทดสอบก่อนเรียน เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์มีอะไรบ้างและนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร


             เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ คือ
1.นิทาน                                                                                                                                       2. เพลง
3. เกม
4. คำคล้องจอง
5. ปริศนาคำทาย
6. บทบาทสมมติ
7. แผนภูมิรูปภาพ
8. การประกอบอาหาร
9. กิจวัตรประจำวัน เช่น การไปตลาด

นำเสนอบทความ

- เลขที่ 13 การสร้างหนังสือภาพเพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยการสร้างหนังสือภาพ ทำให้เด็กได้รับความสนุกสนาน ได้รับประสบการณ์ตรง และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็ก
- เลขที่ 14 การพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยการการละเล่นพื้นบ้าน
การเล่นคำทาย,การเป่ากบ,กาฟักไข่,รีรีข้าวสาร ฝึกให้เด็กรู้จักการนับ การคิด รู้จักการรอคอย คิดอย่างเป็นระบบ

- แบ่งกลุ่มทำกิจกรรม แบ่งกลุ่มตัดกระดาษให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม จำนวน 3 สี คือ สีส้ม สีเหลือง สีเขียว สีละ 10 อัน รวมเป็น 30 อัน โดยให้นักศึกษาต่อเป็นรูปภาพโดยเริ่มจากสี่เหลี่ยม 1 รูป ไปจนถึงสี่เหลี่ยม 5 รูป




                                                          ร้องเพลงนับนิ้วมือ

                                            นี่คือนิ้วมือของฉัน มือฉันนั้นมีสิบนิ้ว
                                            มือซ้ายก็มีห้านิ้ว มือขวาก็มีห้านิ้ว
                                            นับ 1 2 3 4 5 นับต่อมา 6 7 8 9 10
                                            นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ นับ 1 ถึง 10 จำให้ขึ้นใจ


แบ่งกลุ่มทำกิจกรรม

แบ่งกลุ่มตัดกระดาษให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม จำนวน 3 สี สีละ 10 อัน
ให้นักศึกษาต่อเป็นรูปภาพโดยเริ่มจากสี่เหลี่ยม 1 รูป ไปจนถึงสี่เหลี่ยม 5 รูป


วิธีการสอน

-มีกิจกรรมให้ทำก่อนเข้าสู่บทเรียน
-มีการทบวนความรู้เดิมที่เรียนในสัปดาห์ที่แล้ว
-ใช้เทคโนโลยีเข้ามาในการสอน
-เปิดโอกาสให้เด็กได้ระดมความคิดตอบคำถาม

ทักษะที่ได้รับ

-ได้รับประสบการณ์ตรงจากกิจกรรมที่เราได้ทำ
-ได้รับทักษะทางสังคมจากการทำงานเป็นกลุ่ม
-ได้รับทักษะในการคิดและตอบคำถาม
-การประยุกต์ใช้

-สามารถนำความรู้ที่ได้ไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให็กับเด็กในเรื่องเกี่ยวกับคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยวิธีการที่หลากหลาย

บรรยากาศในการสอน

โดยรวมเพื่อนมีความตั้งใจเรียน ตั้งใจทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดี
เพื่อนบางคนไม่มีความพร้อมในการเรียน
อุณหภูมิให้ห้องเย็นจนเกินไป ทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียน

ประเมินอาจารย์ผู้สอน
อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา มีกิจกรรมให้นักศึกษาได้ทำก่อนเค้าเรียนทุกคาบ สอนนักศึกษาโดยให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริง
เปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ และ ตอบคำถาม

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่5
วันอาทิตย์ที่8 กุมภาพันธ์ 2558

บันทึกอนุทิน
ประจำวันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558


เนื้อหา

- กิจกรรมติดชื่อบนกระดาน  ให้เด็กมีส่วนร่วมในการติดป้ายชื่อของตนเองมาเรียนกับไม่มาเรียน เป็นการสอนแบบลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และการนำไปใช้ในการเรียนการสอนเด็กต่อไป

- ทดสอบการเรียน

- มาตรฐานคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร
-สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง
- สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฏิบัติในชั้นเรียนทำได้อย่างไรบ้าง

สาระการเรียนรู้

- สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์
- สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฏิบัติในชั้นเรียน
-การนำเสอนบทความของเลขที่ 10 Mathematic ของวัยซน


สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์
มีทั้งหมด 6 สาระดังนี้
-จำนวนและการดำเนิน> รู้ค่าของจำนวน -การวัด > หาค่าในเชิงปริมาณ
- เรขาคณิต >รู้จักรูปร่างและรูปทรงต่างๆ
- พีชคณิต > เข้าใจถึงความสัมพันธ์ของจำนวน
- การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
- ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ > รู้จักการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
- การวัด (หาค่าในเชิงปริมาณ, เครื่องมือที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

คุณภาพของเด็กเมื่อจบการศึกษาปฐมวัยทางคณิตศาส

1. มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์ ( Mathematical Thinking)
- จำนวนนับ 1 ถึง 20
- เข้าใจหลักการนับ (เพิ่มขึ้นทีละ 1)
- รู้จักตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย ( รู้จักตัวเลข)
- รู้ค่าของจำนวน ( ต้องมีทักษะการนับเป็นอันดับแรก ถึงจะรู้ค่าของจำนวนได้)
- เปรียบเทียบ เรียงลำดับ ( บอกค่าและจำนวน และนำมาเปรียบเทียบ โดยอ้างอิงจากเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ
- การรวมและการแยกกลุุ่ม เช่น ติดป้ายชื่อการมาเรียน กับการมาเรียน)

2. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และ เวลา
- เปรียบเทียบ เรียงลำดับ และวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร
- รู้จักเงินเหรียญและธนบัตร
- เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำชี้ใช้บอกช่วงเวลา (กิจกรรมที่ใช้ในการบอกเด็ก เช่น การเข้าแถว )

3. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต
- ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
- รูปเรขาคณิตสามมิติและรูปเรคณิตสองมิติ

4. มีความรู้ความเข้าใจรูปของที่มีรูปร่าง   
เช่น ขนาด สี รูปทรง  ที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

5. มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบแผนภูมิอย่างง่าย
เช่น แผนภูมิลำดับส่วนสูง ของเด็กนักเรียอนุบาล 1 เป็นต้น

6. มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น


เพลงทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

เพลงเข้าแถว

 สองมือเราชูตรง 
                                                        แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า
                                                        ต่อไปย้ายมาข้างหน้า
                                                      แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายืนตรง

                                                                 เพลง ซ้าย-ขวา
                                                                  ยืนให้ตัวตรง
                                                          ก้มหัวลงตบมือแผละ
                                                          แขนซ้ายอยู่ไหน
                                                           หันตัวไปทางนั้นแหละ

วิธีการสอน
- ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อให้ทราบถึงความรู้เดิม
- มีการบรรยายแบบถามตอบเพื่อทวนความรู้เดิม
- ใช้เทคโนโลยีในการสอน
-นักศึกษาเลขที่ 10 นำเสนอบทความหน้าชั้นเรียน
-การร้องเพลง

ทักษะที่ได้รับ
-ได้ใช้ทักษะในการคิดหาคำตอบ
-ทักษะเกี่ยวกับการสรุปองค์รวมทำให้เข้าใจเนื้อหาในการเรียนมากขึ้น

การประยุกต์ใช้
- นำประสบการณ์การจากการเรียนมาปรับใช้ในการจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กได้เข้าคณิตศาสตร์มาก
ยิ่งขึ้น

ประเมินตนเอง
-มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เรียนตั้งใจฟังอาจารย์สอนเป็นอย่างดี
-สามารถนำไปปรับใช้กกับการสอนเด็กปฐมวัยได้

ประเมินเพื่อน
-เพื่อนมีความพร้อมในการเรียนดีแลดูเข้าใจตอบคำถามได้ดี

ประเมินอาจารย์
-แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีการใช้น้ำเสียงที่ชัดเจนและใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย ร้องเพลงมีความไพเพราะมาก

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่4
วันที่29 มกราคม พ.ศ 2558

บันทึกอนุทิน

ประจำวันพุธที่28 มกราคม พ.ศ 2558

เนื้อหาการเรียน

-ทดสอบก่อนเรียนทุกครั้ง
-กิจกรรมการสอนคณิตศาตร์เกี่ยวกับการมาเรียน
-กิจกรรมการทำป้ายชื่อเพื่อเป็นสื่อในการสอนคณิตศาสตร์ฅ

กิจกรรมการเรียนการสอน

นำเสนอโทรทัศน์ครู เลขที่ 7,8,9 เพื่อเป็นการสอนให้นักศึกษาหมั่นค้นคว้าแนวทางในการเรียนรู้ภายนอกห้องเรียนเพิ่มเติม

จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็ก
เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจเกียวกับคณิตศาสตร์เช่นการรู้จักคำศัพท์ต่างๆ
พัฒนามโนภาพเกี่ยวกับคณิตศาสตร์เช่น บวก ลบ
เพื่อให้เด็กรู้จักการใช้กระบวนการหาคำตอบ
เพื่อฝึกฝนคณิตศาสตร์พื้นฐาน
เพื่อส่งเสริมให้เด็กค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง

ทักษะพื้นฐานสำหรับเด็กปฐมวัยทางด้านคณิตศาสตร์

1). การสังเกต -ใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง
-โดยเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์ทางโดยตรงกับร่างกาย

2) การจำแนก - แบ่งประเภท
-เกณฑ์คือ ความเหมือน ความเเตกต่าง

3)การเปรียบเทียบ เด็กต้องอาศัยความสัมพันธ์ของวัตถุสิ่งของเเละเด็กจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้นๆ

4) การจัดลำดับ
ทักษะการเปรียบเทียบขั้นสูง
การจัดลำดับวัตถุ

5)การวัด
ความสัมพันธ์กับความสามารถในการอนุรักษ์
การวัดสำหรับเด็กปฐมวัย

6)
การนับ

ชอบท่องจำโดยไม่เข้าใจความหมาย
การนับเเบบท่องจำจะมีความหมายต่อเมื่อเชื่อมโยงกับจุดประสงค์บางอย่าง

7) รูปทรงเเละขนาด เด็กส่วนใหญ่จะรู้ขนาดเเละรูปทรงก่อนจะเข้าโรงเรียนเพราะดูจากสิ่งเเวดล้อมรอบตัว

การนับจำนวนแล้วจับคู่ภาพ


การเปรียบเทียบ



การวัด


เพลงคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย




เพลง สวัสดียามเช้า

ตื่นเช้าแปรงฟันล้างหน้า 
อาบน้ำแล้วมาแต่งตัว
กินอาหารของดีมีทั่ว
หนูเตรียมตัวจะไปโรงเรียน

สวัสดีคุณแม่คุณพ่อ
ไม่รีรอรีบไปโรงเรียน
หลั่นล้า หลั่นลา หลั่นล่า หลั่น ลันลา หลั่นลา หลั่นล้า




เพลง หนึ่งปีมีสิบสองเดือน

หนึ่งปีนั้นมีสิบสอง
อย่าลืมเลือนจำไว้ให้มั่น
หนึ่งสัปดาห์นั้นมีเจ็ดวัน
หนึ่งสัปดาห์นั้นมีเจ็ดวัน
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
หลั่นลัน หลั่นล้า



เพลง เข้าแถว

เข้าแถว เข้าแถว
อย่าล้ำแนวยืนเรียงกัน
อย่ามัวแชเชือนเดินตามเพื่อนให้ทัน
ระวังเดินชนกันเข้าแถวพลันว่องไว




ทักษะที่ได้รับ
1.ทักษะด้านการคิด
2.ทักษะด้านการทำงานเป็นกลุ่ม
3.ได่้รู้เทคนิคการสอน

วิธีการสอน
เรียนรู้ด้วยตนเองเเล้วคุณครูจะอธิบายเเละให้เข้าใจความหมายให้เข้าใจมากขึ้นใช้สื่อที่เขียนเองเเละใช้โปรเเกรมพาวเวอพ้อยเป็นสื่อในการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น


การประยุกต์ใช้ทักษะที่ได้
-การสรุปความ


-การพูดอภิปราย
-การทำงานเป็นกลุ่ม


การประยุกต์ใช้
เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปจัดกิจกรรม ให้เหมาะกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กได้ใช้ทักษะตามศักยภาพของตนเอง


บรรยากาศในชั้นเรียน
อุปกรณ์ในห้องพร้อมใช้งาน คุณครูเเต่งกายสุภาพพูดจาชัดเจน มาเข้าสอนตรงตามเวลา

ประเมินตนเอง
ตั้งใจทำงานที่คุณครูมอบหมายอยาางมีประสิทธิภาพ


ประเมินเพื่อน
เพื่อนให้ความร่วมมือในการเรียนดีทำงานตามที่ได้รับมอบหมายได้ดี มีพูดกันเสียงดังเล็กน้อย

ประเมินอาจารย์ 
มีน้ำเสียงในการสอนที่พอดี ไม่สูงไม่ต่ำมากจนเกินไป หากิจกรรมที่สอดคล้องกับการเรียนมาให้นักศึกษาทำ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ร้องเพลงได้ไพเราะ มีเสียงสูงเสียงต่ำ ฟังแล้วไพเราะเสนาะหู










ครั้งที่3  
วันศุกร์ 23 มกราคม พ.ศ 2558

บันทึกอนุทิน

ประจำวันพุธที่21 มกราคม พ.ศ 2558

เนื้อหาการเรียน

ทดสอบก่อนเรียน
- ความหมายและประโยชน์ของพัฒนาการคืออะไร
- พัฒนาการทางสติปัญญาสัมพันธ์กับการทำงานของสมองอย่างไร
- พัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ บรูเนอร์ ไวกอตซกี้ มีลักษณะอย่างไร
- การเรียนรู้หมายถึงอะไรและมีประโยชน์อย่างไร
- เด็กปฐมวัยมีวิธีการเรียนรู้อย่างไรและมีประโยชน์อย่างไร
ความหมายพัฒนาการและประโยชน์
พัฒนาการคือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตามลำดับอย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์
เพื่อให้รู้ถึงความแตกต่างของเด็กแต่ละบุคคล
รู้ความสามารถของเด็กเพื่อจักกิจกรรมให้เหมาะสม


ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก

ทฤษฎีทางสติปัญญาของเพียเจต์


1).ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage) ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี พฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวเป็นส่วนใหญ่ เช่น การไขว่คว้า การเคลื่อนไหว การมอง การดู

2).ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage) ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปีแบ่งออกเป็นขั้นย่อยอีก 2 ขั้นคือ ขั้นก่อนเกิดสังกัป (Preconceptual Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็กอายุ 2-4 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีเหตุผลเบื้องต้น สามารถจะโยงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ หรือมากกว่ามาเป็นเหตุผลเกี่ยวโยงซึ่งกันและกัน แต่เหตุผลของเด็กวัยนี้ยังมีขอบเขตจำกัดอยู่
ขั้นการคิดแบบญาณหยั่งรู้ นึกออกเองโดยไม่ใช้เหตุผล (Intuitive Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็ก อายุ 4-7 ปี ขั้นนี้เด็กจะเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รวมตัวดีขึ้น รู้จักแยกประเภทและแยกชิ้นส่วนของวัตถุ เข้าใจความหมายของจำนวนเลข
3).ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage) ขั้นนี้จะเริ่มจากอายุ 7-11 ปี พัฒนาการทางด้านสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้สามารถสร้างกฎเกณฑ์และตั้งเกณฑ์ในการแบ่งสิ่งแวดล้อมออกเป็นหมวดหมู่ได้ เด็กวัยนี้สามารถที่จะเข้าใจเหตุผล
4.ปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) นี้จะเริ่มจากอายุ 11-15 ปี ในขั้นนี้พัฒนาการทางสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้เป็นขั้นสุดยอด คือเด็กในวัยนี้จะเริ่มคิดแบบผู้ใหญ่ ความคิดแบบเด็กจะสิ้นสุดลง เด็กจะสามารถที่จะคิดหาเหตุผลนอกเหนือไปจากข้อมูลที่มีอยู่

ทฤษฎีการเรียนรู้ของไวก๊อตสกี้

ความสามารถของเด็กจะเกิดขึ้นได้ดีจะต้องมีความช่วยเหลือจากครูและผู้ปกครองและเด็กจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม
การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ลงมือทำแบบอิสละและเลือกได้
ประโยชน์ของการเรียนรู้
เพื่อให้เราอยู่รอดเป็นทักษะของชีวิต
เพื่อจะได้จักกิจกรรมให้เหมาะสมกับวิธีการเรียนรู้

 ทฤษฎีทางสติปัญญาของบรูเนอร์ 

เด็กจะสร้างภาพขึ้นมาโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง5
เป็นนักจิตวิทยาที่สนใจและศึกษาเรื่องของพัฒนาการทางสติปัญญาต่อเนื่องจากเพียเจต์ บรุนเนอร์เชื่อว่ามนุษย์เลือกที่จะรับรู้สิ่งที่ตนเองสนใจและการเรียนรู้เกิดจากกระบวนการค้นพบด้วยตัวเอง (discovery learning)
ทฤษฎีการเรียนรู้
1) การจัดโครงสร้างของความรู้ให้มีความสัมพันธ์ และสอดคล้องกับพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก
2) การจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับระดับความพร้อมของผู้เรียน และสอดคล้องกับพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนจะช่วยให้การเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพ
3) การคิดแบบหยั่งรู้ (intuition) เป็นการคิดหาเหตุผลอย่างอิสระที่สามารถช่วยพัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้
4) แรงจูงใจภายในเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้
5) ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของมนุษย์แบ่งได้เป็น 3 ขั้นใหญ่ ๆ คือ
-ขั้นการเรียนรู้จากการกระทำ (Enactive Stage) คือ ขั้นของการเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งต่าง ๆ การลงมือกระทำช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ดี การเรียนรู้เกิดจากการกระทำ
-ขั้นการเรียนรู้จากความคิด (Iconic Stage) เป็นขั้นที่เด็กสามารถสร้างมโนภาพในใจได้ และสามารถเรียนรู้จากภาพแทนของจริงได้
-ขั้นการเรียนรู้สัญลักษณ์และนามธรรม (Symbolic Stage) เป็นขั้นการเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมได้
6) การเรียนรู้เกิดขึ้นได้จากการที่คนเราสามารถสร้างความคิดรวบยอด หรือสามารถจัดประเภทของสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
7) การเรียนรู้ที่ได้ผลดีที่สุด คือ การให้ผู้เรียนค้นพบการเรียนรู้ด้วยตนเอง (discovery learning)


วิธีการสอน
- ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อทดสอบความรู้เดิม
- มีการบรรยายแบบถามตอบเพื่อทวนความรู้เดิม
- ใช้เทคโนโลยีในการสอน



ประเมินตนเอง
เข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหา แต่บางอย่างต้องศึกษาเองเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

ประเมินเพื่อน
ให้ความร่วมมือดี ตอบคำถามและมีความสนใจดี
ประเมินอาจารย์
แต่งกายสุภาพเรียนร้อย พูดด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนและสอนเข้าใจเข้าและยังใช้เทคนิคต่างๆในการสอนมากมายมากมาย



สรุปงานวิจัย

วันที่23 มกราคม พ.ศ 2558


 เรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการสาน

ชื่องานวิจัย:  ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจหรรมการสาน
ผู้วิจย; วันดี  มั่นจงดี
มหาวิทยาลัย: ศร๊นครินทรวิโรฒ
ปี: 2554

ความสำคัญ


 การศึกษาในระดับปฐมวัยจัดเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีความสำคัญระดับหนึ่งเพราะเป็นช่วงที่มีการพัฒนาทุกด้านเจริญอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาและการพัฒนาของเด็กในช่วงนี้จะเป็นการวางพื้นฐานความสามารถด้านต่างๆซึ่ง จะมีผลต่ออนาคตของเด็กประเทศชาติ โดยเฉพราะอย่างยิ่งพัฒนาทางด้านสติปัญญาจะมีผลต่อการเจรฺิญเติบโตสูงสุดร้อยล่ะ 50 และจะเพิ่งเป็นร้อยล่ะ 80 เมื่อเด็กอายุประมาณ 8 ขวบ เราควรจัดการศึกษาการจัดกิจกรรมในโรงเรียนสำหรับเด็กปฐมวัยเพราะเด็กมีความจำเป็นจะต้องการกิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับเด็กเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาการต่างๆต่อไป

ขอบเขตของการวิจัย


         ประชากรที่ใช้ในงานวิจัย

              ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัย ชาย-หญิง อายุระหว่าง4-5 ปีของโรงเรียนวัดนิมมานรดี สังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน240 คน
       
         กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

              กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัย ชาย-หญิง อายุระหว่าง4-5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลที่1 ภาคเรียนที่1 ปีการศึษา2553
       
         ตัวแปรที่ศึกษา

             ตัวแปรอิสระ ได้แก่  การจัดกิจกรรมการสาน
             ตัวแปรตาม   ได้แก่  ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

        นิยามศัพท์เฉพาะ

            1. เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 4-5 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลที่1 ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2553
           2. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ หมายถึง ความสามารถการสังเกตการเปรียบเทียบ การจัดหมวดหมู่เป็นต้น
วิธีดำเนินการวิจัย


วิธีการดำเนินงานวิจัย

1. การกำหนดประชากรและการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง
2. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล


สรุปผลการวิจัย

1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มีคะแนนเฉลี่ย ทักษะพื้นฐานทาง
คณิตศาสตร์ โดยรวม 5 ทักษะและจำแนกรายทักษะ คือ ทักษะการบอกตำแหน่ง ทักษะการ
จำแนก ทักษะการนับ ทักษะการรู้ค่ารู้จำนวน และทักษะการเพิ่ม – ลด ภายในจำนวน
1 – 10 อยู่ในระดับดี แตกต่างจากก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีค่าเฉลี่ย
สูงขึ้น
2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีพัฒนาการทักษะพื้นฐานทาง
คณิตศาสตร์ในทุกทักษะสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01